วิธีการใช้ปุ๋ยใบ G2 ให้ได้ผลดีที่สุด

ข้อแนะนำการใช้ปุ๋ยใบ G2

 

ปุ๋ยใบ G2 คำแนะนำในการใช้

ปุ๋ยใบ G2 หัวเชื้อนาโนชีวภาพ อาหารเสริมพืชที่มีคุณค่าสูงต่อพืช ไม่ใช่ปุ๋ยเคมี จึงสามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่องและในทุกระยะของการเจริญเติบโตของพืช โดยไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยทางใบอื่นมาเพิ่มเติมเนื่องจาก G2 มีสารอาหารที่ครบถ้วนสมบูรณ์อยู่แล้ว ปุ๋ยทางใบ G2 มีความเข้มข้นที่สูงมาก จึงใช้ในปริมาณน้อยเท่านั้น ควรใช้ตามปริมาณที่แนะนำและไม่ควรใช้เกินปริมาณที่กำหนด เพราะเนื่องด้วยความเข้มข้นที่สูง หากใช้เกินกำหนดในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้ใบไหม้ หรือหลุดร่วงได้ และในพืชผลบางชนิด เช่น ทุเรียน สัปปะรด หากใช้เกินปริมาณ อาจทำให้ผลผลิตมีขนาดใหญ่มากผิดปกติได้

การใช้ปุ๋ยใบ G2 ร่วมกับยาฆ่าแมลง สามารถใช้ในสัดส่วนปกติที่แนะนำ

การใช้ปุ๋ยใบ G2 ร่วมกับปุ๋ยเกล็ดชนิดอื่นๆ เพื่อใช้เร่งสีหรือเพิ่มขนาดผลผลิต แนะนำให้ลดปริมาณการใช้ G2 ลงในปริมาณครึ่งหนึ่งของปกติที่กำหนดไว้

 

ปุ๋ยใบ G2 กับคุณสมบัติในการป้องกันแมลง

จนถึงในตอนนี้ แมลงศัตรูของพืชผล ได้พัฒนาสายพันธ์และสร้างภูมิคุ้มต่อยาฆ่าแมลง ที่มนุษย์ได้ผลิตขึ้น จนยากต่อการต้านทาน ซึ่งสารเคมีที่ผลิตจึงจำเป็นต้องมีฤทธิที่ร้ายแรงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้มนุษย์ได้รับอันตรายร้ายแรงจากสารเคมีได้เช่นเดียวกัน ทำให้ทั้งเกษตรกรผู้ใช้และผู้บริโภค ล้วนได้รับสารพิษจากสารเคมี และยิ่งอนาคตทีแมลงมีการปรับตัวต่อสารเคมี ทำให้มนุษย์ต้องสร้างสารเคมีที่ร้ายแรงยิ่งขึ้น ยิ่งทำให้ร่างกายของเรารับไม่ไหว และเกิดการสะสมสารพิษ ทำให้สุขภาพแย่ลงเรื่อยๆ

ปุ๋ยใบ G2 ไม่มีสารเคมีและสารพิษที่กระทบต่อสิ่งมีชีวิต ทั้งคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม จึงไม่ต้องห่วงปัญหาสุขภาพในระยะยาวของทั้งเกษตรกรผู้ใช้และผู้บริโภค

ปุ๋ยใบ G2 กับคุณสมบัติในการป้องกันแมลง

ปุ๋ยใบ G2 กับคุณสมบัติในการป้องกันแมลง

 

ปุ๋ยใบ G2 ใช้หลักทางธรรมชาติ โดยการเติมสารอาหารที่ช่วยสร้างเสริมภูมิต้านทานให้กับต้นพืช ให้สามารถสร้างสารและกลิ่นที่ป้องกันแมลงกินพืชได้ในตัว ไม่ให้มาทำลายกัดกินใบ หรือดอก และยังช่วยพัฒนาระบบการเจริญเติบโต ให้แข็งแรง และเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เพื่อทดแทนในส่วนที่ถูกแมลงทำลายไปแล้วได้ให้ดีขึ้นอีกด้วย

ปุ๋ยใบ G2 มีคุณสมบัติในการป้องกันแมลง โดยไม่ได้เน้นการฆ่าแมลง แต่ใช้หลักการการหยุดและลดการขยายพันธ์ของแมลง โดยส่วนประกอบในปุ๋ยใบ G2 มีสารสกัดเข้มข้นที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งและตัดวงจรกาวางไข่ของตัวแม่ ดังนั้นในช่วงแรกของการใช้ G2 จะไม่ได้ทำลายแมลงทั้งตัวแม่และตัวอ่อนหรือหนอน ซึ่งเกษตรกรต้องยอมให้เกิดความเสียหายจากแมลงในบางส่วนโดยหลีกเลี่ยงการใช้ยาฆ่าแมลง โดยเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง จะพบว่าในปีถัดไป แมลงที่เป็นศัตรูของพืชจะมีปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด หรือแทบจะไม่มีเลย เนื่องจากปุ๋ยใบ G2 ได้ตัดวงจรการขยายพันธ์อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด ผลผลิตจึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง และการบำรุงรักษาด้านอื่นๆไปได้อย่างมาก

 

ปุ๋ยใบ G2 เข้ากับระบบชีวภาพของจุลินทรีย์ในทุกท้องถิ่น

วิธีการปกติที่จะนำเอาจุลินทรีย์จากพื้นที่อื่นไปหมักและขยายพันธ์ เพื่อนำมาใช้ในพื้นที่ที่ต่างกัน จะทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อจุลินทรีย์ในพื้นที่ที่ใช้ ซึ่งอาจจะเกิดได้ทั้งผลดีหรือผลเสีย เพราะว่าไม่สามารถที่จะตรวจวิเคราะห์จุลินทรีย์ในทุกพื้นที่แล้วนำมาปรับให้ตรงกันได้

แต่ปุ๋ยใบ G2 จะสามารถเข้ากับจุลินทรีย์ได้ในแทบจะทุกท้องถิ่น นักวิทยาศาสตร์การเกษตรได้คิดค้นและวิจัย และใช้หลักการการให้อาหารกับจุลินทรีย์ในท้องถิ่นที่มีอยู่ในท้องถิ่นอยู่แล้ว เพื่อขยายพันธ์จากจุลินทรีย์เดิม ทำให้เกิดประโยชน์กับพืชได้มากขึ้นไป

 

ใช้ ปุ๋ยใบ G2 อย่างไรให้ได้ผลผลิตที่ดีที่สุด

วิธีการในการให้ปุ๋ยทางใบเป็นที่ยอมรับกันทั้งในทางทฤษฏีและปฏิบัติ ว่าเป็นการให้อาหารแก่พืชที่แน่นอน เพราะพืชจะได้รับธาตุอาหารที่ครบถ้วนสมบูรณ์ซึ่งพืชไม่ได้รับมาจากการดูดซึมทางราก ทำให้พืชแข็งแรง เจริญเติบโตได้ดีขึ้น และให้ผลผลิตสูงขึ้นและมีคุณภาพมากขึ้น

โดยเฉพาะการให้ปุ๋ยทางใบ จากหัวเชื้อชีวภาพปุ๋ยใบ G2 ได้รับการศึกษาวิจัยจากนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยด้านการเกษตร ได้สกัดธาตุอาหารที่ยากต่อการสกัดนำมาใช้เติมเต็มให้ใน G2 มีธาตุอาหารที่ครบถ้วนสมบูรณ์ต่อพืช และได้รับการยืนยันว่าเห็นผลเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจในพืชสวนไร่นาแทบทุกชนิดแล้ว

การใช้ปุ๋ยใบ G2 ในพืชแต่ละชนิด มีอัตราการใช้ที่แตกต่างกัน และจากอัตราที่เราแนะนำไว้ คุณสามารถปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับสภาพดินฟ้าอากาศในขณะนั้น ความชื้น ฝนตกชุก เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม เรามีคำแนะนำที่จะช่วยให้ได้ผลผลิตที่ดีที่สุด ด้วยหลักการวิธีการดังต่อไปนี้

1. ในช่วงระยะที่แช่เมล็ดพืช ควรใช้ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยน

2. ในช่วงระยะของต้นอ่อน ต้นกล้า หากใช้ปุ๋ยใบ G2 ในปริมาณน้อยแล้วได้ผลดีไม่เต็มที่ ให้เพิ่มปริมาณปุ๋ยใบ G2 อีก ครั้งละ 1 ซี.ซี / น้ำ 2 ลิตร โดยมีระยะการพิสูจน์ของต้นกล้าที่ประมาณ 4-7 วัน

3. ในการใช้ปุ๋ยใบ G2 กับพืชที่อยู่ในระยะใบอ่อน เช่น ในถั่ว องุ่น ยาสูบ เป็นต้น หากใช้ในปริมาณทีแนะนำแล้วมีอาการใบอ่อนไหม้ หรือหลุดร่วง ควรจะลดปริมาณการใช้ปุ๋ยใบ G2 ลงมาครั้งละ 1 ซี.ซี / น้ำ 20 ลิตร เช่น เดิมกำหนดที่ 2 ซี.ซี ก็ให้ลดลงเหลือ 1 ซี.ซี / น้ำ 20 ลิตร เป็นต้น

4. ผลลัพธ์ของการใช้ปุ๋ยใบ G2 จะเห็นได้ชัดในผักต่างๆ เพียงแค่ไม่เกิน 7-10 วัน ส่วนในพืชไร่หรือผลไม้ ต้องใช้เวลาเห็นผลที่นานกว่า เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4 เดือนขึ้นไป หากอยู่ในช่วงการทดลองใช้ จึงควรรอให้ถึงช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนแน่นอน

5. ในช่วงเริ่มต้นการทดลองใช้ เกษตรกรบางคนอาจไม่มั่นใจว่าหากใช้ ปุ๋ยใบ G2 หัวเชื้อนาโนชีวภาพเพียงอย่างเดียว ซึ่งเห็นทางกายภาพเป็นรูปแบบน้ำใสๆ โดยไม่ใช้ร่วมกับปุ๋ยและยาฆ่าแมลงอื่นๆ จะได้ผลลัพธ์ที่ดี จึงมีบางท่านที่เพิ่มเติมสารอื่นๆ เช่น ใส่ปุ๋ยอื่นๆเพิ่ม หรือนำไปใช้พร้อมกับฮอร์โมนชนิดอื่นๆ ซึ่งแทนทีจะได้ผลดีกลับจะส่งผลเสียต่อพืชของท่าน เพราะธาตุอาหารที่รวมกันอาจจะเกินปริมาณที่พืชรับไหว จึงเกิดผลเสียต่อการเจริญเติบโตของพืชได้

ดังนั้นจึงขอแนะนำให้เกษตรกรใช้เพียงแค่ปุ๋ยใบ G2 หัวเชื้อนาโนชีวภาพ ฉีดทางใบให้กับพืชตามอัตราที่กำหนด เพียงแค่อย่างเดียวก็เพียงพอต่อความสมบูรณ์แข็งแรงของต้นพืช และให้ประโยชน์กับพืชได้มากที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องใช้ร่วมกับปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยเคมี หรือสารอื่นๆ ซึ่งนอกจากจะให้ผลผลิตที่สูงและคุณภาพดีแล้ว ยังจะช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการเติมสารอื่นๆอีกด้วย

แต่หากเป็นการผสมกับยาฆ่าแมลง ก็สามารถผสมร่วมได้ในอัตราเดิม หากในระยะแรกเกษตรกรยังกลัวความเสี่ยงต่อการทำลายของแมลงศัตรูพืช ซึ่งปุ๋ยใบ G2 จะทำหน้าที่ป้องกันแมลงและตัดวงจรการขยายพันธ์ของแมลงได้เมื่อผ่านประมาณหนึ่งปีแรกไป

ส่วนในการใช้งานร่วมกับฮอร์โมนบางชนิด เช่น จิบเบอเรลลิล, NAA, หรือฮอร์โมนเร่งดอก ก็สามารถใช้ร่วมกับปุ๋ยใบ G2 ได้ โดยการผสมปุ๋ยใบ G2 หัวเชื้อนาโนชีวภาพ ในปริมาณเพียง 50 ซี.ซี. / น้ำ 200 ลิตร ในทุกครั้งที่ใช้ ก็จะช่วยเสริมให้ได้ผลดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะเกษตรกรที่ทำสวนผลไม้