หลักการใช้ปุ๋ยผสมผสาน : ปุ๋ยฟอสเฟต

สาระน่ารู้การใช้ปุ๋ยผสมผสาน

หลักการใช้ปุ๋ยแบบผสมผสาน ตอน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยฟอสเฟต

หลักการใช้ปุ๋ยผสมผสาน--ปุ๋ยฟอสเฟต2

ธรรมชาติของฟอสฟอรัสในดิน

ประสิทธิภาพการใช้ฟอสฟอรัสของพืชจากปุ๋ยฟอสเฟตที่ละลายง่ายซึ่งใส่ลงไปในดิน มีเพียง 10-30 % เท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 70 ถึง 90 % ถูกตรึงอยู่ในดินหรือถูกจุลินทรีย์ดินนำไปใช้ประโยชน์ มีปัจจัยหลายประการที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของการใช้ปุ๋ยฟอสเฟต เช่น สภาพกรดด่างของดิน สถานภาพของฟอสเฟตในดิน การใช้ปุ๋ยฟอสเฟต (อัตรา วิธีการใส่ และช่วงเวลาที่ใส่ปุ๋ย) ความต้องการฟอสฟอรัสของพืชและสมบัติทางเคมีอื่นๆของดิน สำหรับสมบัติทางเคมีที่สำคัญและควบคุมความเป็นประโยชน์ของฟอสฟอรัสในดิน คือ สภาพกรดด่าง, ปริมาณอะลูมิเนียม เหล็ก และแคลเซียม, ชนิดและปริมาณของแร่ดินเหนียวและปริมาณอินทรียวัตถุ

หลักการใช้ปุ๋ยผสมผสาน--ปุ๋ยฟอสเฟต7

วิธีเพิ่มประสิทธิภาพ

การปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของปุ๋ยฟอสเฟตมี 6 ประการ คือ

1.       ใส่ปุ๋ยฟอสเฟตอัตราที่พอเหมาะสำหรับการรักษาระดับฟอสฟอรัสในดิน เนื่องจากปุ๋ยฟอสเฟตส่วนมากถูกดินตรึงไว้และอยู่ในรูปที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อพืช อัตราการใส่ปุ๋ยครั้งแรกๆจึงสูงกว่าความต้องการของพืชจริงๆ เมื่อถึงจุดอิ่มตัวของการตรึงฟอสฟอรัสสำหรับดินนั้น ก็ลดอัตราปุ๋ยลงแค่ให้เพียงพอสำหรับการดูดไปใช้ของพืชเท่านั้น หากยังใส่ในอัตราสูงอย่างต่อเนื่องอาจมีผลเสีย 2 ประการคือ ฟอสเฟตทำปฏิกิริยาและตกตะกอนกับจุลธาตุ เช่น สังกะสี เป็นเหตุให้ความเป็นประโยชน์ของสังกะสีลดลง จนถึงระดับขาดแคลน และฟอสเฟตส่วนเกินในดินถูกชะล้างออกไปสะสมในแหล่งน้ำจนเกิดมลภาวะ ดังนั้นการกำหนดอัตราปุ๋ยที่เหมาะกับสภาพดินและชนิดของพืช จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของปุ๋ยฟอสเฟต

หลักการใช้ปุ๋ยผสมผสาน--ปุ๋ยฟอสเฟต1

2.       วิธีการใส่ปุ๋ยฟอสเฟต ควรใส่แถบแคบเพื่อลดโอกาสของการทำปฏิกิริยากับดิน การตรึงฟอสเฟตจะน้อยลงและเป็นประโยชน์ต่อพืชมากขึ้น จึงเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ย

3.       ในดินที่เป็นด่าง การใส่ปุ๋ยแอมโมเนียมร่วมกับปุ๋ยฟอสเฟต ช่วยให้พืชดูดฟอสเฟตไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากการเพิ่ม H+ จากกระบวนการไนตริฟิเคชันของแอมโมเนียมไอออน ช่วยลด pH ของดินบริเวณดังกล่าวและเพิ่มการละลายสารประกอบฟอสเฟตในดิน รากพืชจึงมีโอกาสดูดธาตุนี้ได้มากกว่าเดิม

หลักการใช้ปุ๋ยผสมผสาน--ปุ๋ยฟอสเฟต3

4.       การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักและปุ๋ยพืชสด ช่วยเพิ่มความเป็นประโยชน์ของฟอสฟอรัสในดิน ดังนี้ เมื่อปุ๋ยอินทรีย์สลายตัวจะปลดปล่อยฟอสฟอรัสรูปที่เป็นประโยชน์ออกมาอย่างช้าๆ ซึ่งรากพืชดูดไปใช้ประโยชน์ได้และอินทรียสารที่ได้จากการสลายตัวของปุ๋ยอินทรีย์ ทำหน้าที่คลุมสารที่ใช้ตรึงฟอสฟอรัสและทำปฏิกิริยาคีเลชัน (chelation) กับไอออนของเหล็ก อะลูมิเนียมและแมงกานีสเป็นเหตุให้การตรึงลดลง รากพืชจึงใช้ประโยชน์จากปุ๋ยฟอสเฟตได้มากขึ้น

หลักการใช้ปุ๋ยผสมผสาน--ปุ๋ยฟอสเฟต6

5.       การปรับ pH ของดินให้อยู่ระหว่าง 6 ถึง 7 ซึ่งเป็นช่วงที่ความเป็นประโยชน์ของธาตุต่างๆรวมทั้งฟอสฟอรัสอยู่ในเกณฑ์ดี ดังนั้นการเพิ่ม pH ของดินกรดด้วยการใส่ปูนหรือลด pH ของดินด่างด้วยวัสดุที่ให้กรด เช่น กำมะถันจน pH อยู่ในช่วงดังกล่าว จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยฟอสเฟต

หลักการใช้ปุ๋ยผสมผสาน--ปุ๋ยฟอสเฟต5

6.       ส่งเสริมให้มีเชื้อราไมคอร์ไรซาที่รากพืชมากขึ้น โดยการใส่ราซึ่งเป็นสายเชื้อที่มีประสิทธิภาพสูง เพิ่มอินทรียวัตถุในดินและไถพรวนดินเท่าที่จำเป็น เมื่อเชื้อราไมคอร์ไรซาอยู่ร่วมกับรากพืชมากขึ้นก็จะเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้สารประกอบฟอสเฟตที่ละลายยาก เช่น ปุ๋ยฟอสเฟตที่ถูกตรึงไปแล้ว เป็นต้น

 

สาระน่ารู้การใช้ปุ๋ยผสมผสาน

หลักการใช้ปุ๋ยผสมผสาน : ปุ๋ยฟอสเฟต

หลักการใช้ปุ๋ยผสมผสาน : ปุ๋ยฟอสเฟต