ปุ๋ยคอก: การสูญเสียธาตุอาหารจากปุ๋ยคอก
สาระน่ารู้ปุ๋ยคอก
ปุ๋ยคอกมักสูญเสียอาหารไปใน 2 ขั้นตอน คือ ระหว่างการเก็บ เป็นเหตุให้ปริมาณธาตุอาหารในปุ๋ยลดลง เมื่อนำไปใส่ดินทำให้ประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยต่ำ ไม่ได้ผลตามเป้าหมาย จึงควรทราบปริมาณธาตุอาหารต่างๆที่สูญเสียในแต่ละขึ้นตอน เพื่อหาทางป้องกันและแก้ไขเพื่อให้มีการเสียหายน้อยที่สุด
การสูญเสียไนโตรเจนในปุ๋ยคอก
– การสูญหายระหว่างอยู่ในคอกสัตว์ การสูญเสียไนโตรเจนจากมูลไก่ในขั้นตอนนี้ค่อนข้างมาก เนื่องจากไนโตรเจนในมูลไก่ส่วนหนึ่งอยู่ในรูปของกรดยูริก เมื่ออุณหภูมิ สภาพกรดด่างและความชื้นเหมาะสม จุลินทรีย์แปรสภาพไปเป็นยูเรียและแอมโมเนียมได้เร็ว ปฏิกิริยาไฮโดรไลซิสของยูเรียทำให้ค่า pH สูงขึ้น ซึ่งเป็นสภาพที่ส่งเสริมการระเหยของแอมโมเนีย ดังนั้นการสูญเสียไนโตรเจนจากมูลไก่ อาจเกิดได้ตั้งแต่มูลไก่ตกถึงพื้น หากความชื้นในโรงเลี้ยงไก่กระทงสูง แอมโมเนียจะระเหยออกไปมาก สำหรับปริมารการสูญเสียไนโตรเจนจากมูลไก่ขณะเก็บรักษา ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและการจัดการ ซึ่งมีการสูญเสียประมาณ 10-80% ของไนโตรเจนทั้งหมดในสิ่งขับถ่าย สำหรับมูลไก่กระทงที่ปนวัสดุรองพื้นซึ่งเก็บใต้หลังคา จะมีการสูญเสียไนโตรเจนในช่วงเวลาดังกล่าว 30-40 % หากล้างมูลไก่ลงไปในบ่อเก็บและเจือจางลงประมาณ 50% ไนโตรเจนและธาตุอาหารอื่นๆในมูลไก่จะสูงหรือต่ำ ขึ้นอยู่กับการเก็บรักษา ส่วนการสูญเสียไนโตรเจนจากมูลสัตว์อื่นๆ ไนโตรเจนสามารถระเหยจากปัสสาวะไปเป็นแอมโมเนีย ราว 90% น้ำปัสสาวะใหม่ๆ จะเห็นได้ว่าประมาณครึ่งหนึ่งสูญเสียไนโตรเจนไปเมื่ออยู่ในคอก
– การสูญเสียจากกาตากหรืออบ เมื่อกรดยูริกได้เปลี่ยนเป็นยูเรียและต่อไปจนเป็นแอมโมเนียแล้ว การตากหรืออบจะเร่งการระเหยของแอมโมเนีย ดังนั้นการอบมูลไก่สดและมูลไก่แห้งที่อุณหภูมิ 66 องศาเซลเซียส จนแห้งสนิท ทำให้ไนโตรเจนลดลง 5.65 % และ 4.01 % ตามลำดับ สำหรับมูลไก่สดนั้น 34 % ของไนโตรเจนทั้งหมดในรูปแอมโมเนีย มีไนโตรเจนในรูปไนเทรตเพียงประมาณ 1 มิลลิกรัม/กิโลกรัม เท่านั้น เมื่อนำไปตากเป็นเวลา 10 วัน แอมโมเนียจะระเหยจนเป็นเหตุให้ไนโตรเจนลดลง 47.6 % ของไนโตรเจนของทั้งหมด แต่ถ้านำมูลสดของไก่ไข่และไก่กระทงมาทำให้แห้งอย่างรวดเร็วโดยอบในอุณหภูมิ 78 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 10 ชั่วโมงทำให้ไนโตรเจนละลง 17 และ 12 % ตามลำดับ การอบมูลไก่ไม่มีผลให้ธาตุอื่น เช่น ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ทองแดง เหล็กและสังกะสีลดลง
– การสูญเสียไนเทรตจากการชะล้าง การเก็บปุ๋ยคอกในที่โล่งแจ้ง ไนโตรเจนในรูไนเทรตจะถูกน้ำฝนชะล้างออกไป แอมโมเนียที่เกิดจากกระบวนการแอมโมนิฟิเคชัน (ammonification) ของสารอินทรีย์ ถูกดูดซับอยู่ในกองมูลสัตว์ซึ่งมีการถ่ายเทอากาศได้ดี แอมโมเนียมก็จะถูกเปลี่ยนให้เป็นไนเทรตซึ่งเป็นไอออน และมีโอกาสถูกน้ำฝนชะออกไปจากกองปุ๋ย นอกจากนี้ ถ้ากองปุ๋ยมีความชื้นสูงเกินไปและบางส่วนขาดออกซิเจน ไนเทรตจะถูกรีดิวซ์ให้กลายเป็นแก๊สไนโตรเจนออกไซด์หรือแก๊สไนโตรดจนแล้วระเหยไปด้วย
– การสูญเสียในระบบการจัดการ ปริมาณที่สูญเสียไปจะแตกต่างกันดังนี้ การเก็บมูลสัตว์หรือคูที่เติมออกซิเจน (aerated system) มีการสูญเสียทั้งแอมโมเนียและออกไซด์ของไนโตรเจนจากดีไนตริฟิเคชันรวมกันแล้วอยู่ระหว่าง 30-75 % การเก็บมูลสัตว์หรือคูเยไม่เติมออกซิเจน (anaerobic system) เป็นเวลานาน 30 เดือน ไนโตรเจนจะหายไป 45-50 % ไนโตรเจนของมูลสุกรที่ใส่ในสระตอนต้นปี จะหายไปราว 65 % เมื่อตรวจสอบตอนปลายปี การเก็บมูลไก่ซึ่งมีน้ำแฉะในภาชนะที่อุณหภูมิห้อง 4 สัปดาห์ ไนโตรเจนจะหายไปราวร้อยละ 2 ส่วนการเก็บในหลุม 20 สัปดาห์ มีการสูญเสียไปราวร้อยละ 75 % โดยแอมโมเนียเปลี่ยนเป็นแอมโมเนียคาร์บอเนตก่อน แล้วค่อยสลายออกมาเป็นแก๊สแอมโมเนียอีกครั้งหนึ่ง มูลโคเหลวจะลดลงร้อยละ 46 ส่วนมูลสุกรเหลวอาจลดลงถึงร้อยละ 60
– การสูญเสียหลังจากการใส่บนผิวดิน การหว่านมูลไก่บนผิวดินซึ่งมีความชื้นและอุณหภูมิเหมาะสม กรบวนการสลายตัวจากกรดยูริกเป็นยูเรีย แล้วสลายตัวเป็นแอมโมเนียจะเสร็จสิ้นภายใน 24 ชั่วโมง ต่อจากนั้นแอมโมเนียจะระเหยออกไปจากปุ๋ย การหว่านมูลไก่ไข่ที่ยังสดบนผิวดินซึ่งเป็นดินร่วนปนทรายและร่วนทรายปนแป้ง ทำให้มีการสูญเสียไนโตรเจนรูปแอมโมเนียถึง 37 % ของไนโตรเจนทั้งหมดภายในเวลา 11 วัน โดยจะสูญเสียปริมาณมากใน 3 วันแรก การหว่านมูลไก่ที่มีวัสดุรองพื้นเจือปน มีการสูญเสีย 4-31 % ของไนโตรเจนทั้งหมด ภายใน 12 วัน การพรวนดินกลบปุ๋ยมูลไก่ทันทีหลังจากการหว่าน จะมีการสูญเสียเพียง 3% ของไนโตรเจนทั้งหมดเท่านั้น เนื่องจากในดินมีค่า pH ต่ำกว่า 7 แอมโมเนียที่เกิดขึ้นจะรับโปรตอนจากดินกลายเป็นแอมโมเนียมไอออนและดูดซับกับคอลลอยด์ดินเป็นแอมโมเนียมไอออนที่แลกเปลี่ยนได้ ส่วนการสูญเสียจากการหว่านมูลโคนมบนผิวดิน 10 ชั่วโมง โดยปริมาณการสูญเสียแอมโมเนียจะมากขึ้น ถ้าความเข้มข้นของแสง ความเร็วลมและอุณหภูมิสูงขึ้น การหว่านปุ๋ยในช่วงเวลาเย็น จะมีการสูญเสียในช่วงเวลา 10 ชั่วโมงหลังจากการหว่าน น้อยกว่าการหว่านในตอนเช้า 30 % แต่การพรวนกลบทันทีหลังการหว่านทำให้การสูญเสียไนโตรเจนจากการระเหยของแอมโมเนียน้อยที่สุด
– การสูญเสียฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม ในขั้นตอนต่างๆมีไม่มากเท่าไนโตรเจน สำหรับฟอสฟอรัสในสระเก็บมูลสุกร มักตกตะกอนลงไปอยู่ก้นบ่อในรูปแมกนีเซียมแอโมเนียมฟอสเฟต แต่เกลือโพแทสเซียมซึ่งละลายน้ำได้ดีอาจจะติดไปกับน้ำใสที่ไขทิ้งหรือบางส่วนอยู่ก้นบ่อคล้ายกับฟอสเฟต นอกจากนี้ ยังสามารถละลายออกจากกองปุ๋ยที่โดนน้ำฝนชะล้างที่เก็บในที่โล่งแจ้งได้อีกด้วย การชะล้างเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการสูญเสียฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมในกองปุ๋ยคอกกลางแจ้งและปุ๋ยที่หว่านประมาณ 58 และ 97 % ตามลำดับ สำหรับการตกตะกอนลงก้นบ่อ อาจเกิดในบ่อที่ขาดออกซิเจนประมาณ 33 % ของฟอสเฟตในปุ๋ย การที่เกลือฟอสเฟตหรือโพแทสเซียมตกตะกอนในก้นสระ ยังไม่ถือเป็นการสูญเสียโดยถาวร เมื่อมีการสูบฉีดถึงก้นสระก็สามารถนำไปใช้ได้อีก






