ปุ๋ยคอก: ประโยชน์ของปุ๋ยคอกและปุ๋ยเหลว
สาระน่ารู้ปุ๋ยคอก
ประโยชน์ของปุ๋ยคอกและปุ๋ยเหลว
ปุ๋ยทั้ง 2 ชนิดนี้ นอกจากจะให้แร่ธาตุต่างๆยังช่วยปรับปรุงคุณสมบัติทางเคมี ฟิสิกส์และชีวภาพของดิน ได้ดังนี้
1.ปรับปรุงคุณสมบัติทางเคมีของดิน ปริมาณอินทรียวัตถุในดิน เป็นปัจจัยหนึ่งที่บ่งบอกถึงระดับความสมบูรณ์ของดินและอินทรียวัตถุในดินมีอิทธิพลต่อความเป็นประโยชน์ของาตุอาหารพืชกับการเจริญเติบโตทั้งทางตรงและทางอ้อม ในทางตรง อินทรียวัตถุเป็นแหล่งสำคัญของไนโตรเจนและกำมะถัน นอกจากนี้ยังให้ธาตุอื่นๆด้วยปริมาณที่แตกต่างกันไป ในทางอ้อม มีประโยชน์ 3 ประการ คือ ปุ๋ยคอกมีความจุในการแลกเปลี่ยนแคตไอออน (CEC) สูงกว่าดินมาก การใส่ปุ๋ยนี้อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ดินมีปริมาณ CEC อยู่มาก และจะสูงขึ้นแปรผันกับปริมาณปุ๋ยคอกที่ใส่ลงดิน จึงช่วยเพิ่มการดูดซับธาตุอาหารพวกแคตไอออน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพืชและถูกชะล้างได้ยากอีกด้วย มีกรดฮิวมิก กรดฟุลวิกและกรดอินทรีย์หลายชนิดเป็นสารคีเลต (chelating agent) ซึ่งทำปฏิกิริยาคีเลชัน (chelation) กับไอออนของจุลธาตุพวกโลหะ จุลธาตุเหล่านี้จึงอยู่ในรูปคีเลต (chelated form) ซึ่งพืชใช้ประโยชน์ได้และลดการตรึงฟอสฟอรัสในดิน
– การเพิ่ม CEC ของดิน เมื่อปุ๋ยคอกถูกจุลินทรีย์ดินย่อยสลาย ก็ปลดปล่อยธาตุต่างๆในรูปอนินทรีย์แล้วเหลือสารอินทรียที่มีโครงสร้างซับซ้อนและลักษณะคงทนเรียกว่า ฮิวมัส ดังนั้นผลของการใช้ปุ๋ยคอกต่อการเพิ่ม CEC ของดิน จึงขึ้นอยู่กับอัตราของปุ๋ยที่ใส่ในแต่ละครั้งและความต่อเนื่องของการใช้งานด้วย
– ค่า pH ของดิน การใส่ปุ๋ยคอกในอัตราสูงอาจทำให้ pH ของดินลดลงเล็กน้อยในช่วงแรก เนื่องจากกรดอินทรีย์สะสมจากการสลายตัวของสารอินทรีย์ แต่เมื่อกรดอินทรีย์ส่วนมากสลายตัวกลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว pH ของดินมีแนวโน้มจะกลับสู่ระดับเดิม อย่างไรก็ตามในดินจะมีปริมาณอินทรียวัตถุมากขึ้นเนื่องจากมีการใส่ปุ๋ยคอก ย่อมมี CEC สูงขึ้นได้ ทำให้ดินมีความจุบัฟเฟอร์มากขึ้น (buffering capacity) ทำให้ดินมีความต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลง pH มากกว่าเดิม
– ความเป็นประโยชน์ของฟอสเฟตในดิน พืชใช้ประโยชน์จากฟอสเฟตในดินระหว่างร้อยละ 15 ถึง 30 นอกจากนั้นถูกตรึงอยู่ในดิน การใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก จะช่วยเพิ่มความเป็นประโยชน์ของฟอสเฟตในดินและหินฟอสเฟต ดังนี้ สารประกอบอินทรีย์ฟอสเฟตในปุ๋ยคอก เช่น สารไฟเทตมีการสลายตัวในดินและความเป็นประโยชน์ต่อพืช ในดินกรดมีสารประกอบเหล็ก อะลูมิเนียมและแมงกานีสเป็นตัวการสำคัญในการตรึงฟอสฟอรัส โดยทำปฏิกิริยากับฟอสเฟตไอออนในสารละลายดินและตกตะกอน ส่วนกรดฮิวมิก (HA) ที่ได้จากการสลายตัวของปุ๋ยอินทรีย์ จะทำปฏิกิริยากับสารประกอบฟอสเฟตที่ตกตะกอนแล้วปลดปล่อยฟอสเฟตไอออนออกมาเป็นประโยชน์ต่อพืช ส่วนในดินกรดจัดซึ่งมีเหล็ก อะลูมิเนียมและแมงกานีสไอออนในสารละลายดินมากและเป็นตัวการสำคัญในการตรึงฟอสฟอรัสเช่นเดียวกัน กรดฮิวมิกและกรดฟุลวิกซึ่งเป็นสารคีเลตที่มีสัมภัคภาพ (affinity) สูงต่อเหล็ก อะลูมิเนียมและแมงกานีสไอออน จะทำปฏิกิริยาคีเลชันกับไอออนเหล่านั้นให้อยู่ในรูปตีเลต จึงลดโอกาสของการตรึงฟอสเฟตโดยไอออนทั้งสามชนิดนี้ แต่ในบางกรณีกรดฮิวมิกอาจทำปฏิกิริยากับสารประกอบเชิงซ้อนแต่สามารถปลดปล่อยฟอสเฟตไอออน ออกมาเป็นประโยชน์ต่อพืชได้ง่ายกว่าสารประกอบเดิม
– ดินเหนียวทั้งชนิด 1:1 และ 2:1 ออกไซด์ของอะลูมิเนียม เหล็กและแมงกานีส เป็นองค์ประกอบของดินที่มีอำนาจในการตรึงฟอสฟอรัสสูง แต่โมเลกุลของอินทรีย์สารในดิน สามารถเกาะกับผิวของดินเหนียวและออกไซด์ แล้วทำหน้าที่กำบังไม่ให้อนุมูลฟอสเฟตเช้าถึงและถูกตรึง จึงลดการตรึงฟอสฟอรัสได้ระดับหนึ่ง
– กรดอินทรีย์ที่เกิดขึ้นระหว่างการสลายตัวของปุ๋ยอินทรีย์ ช่วยละลายสารประกอบที่ละลายอบสกได้บางส่วน โดยกรดซิตริก ออกซิลิกและตาตาริก สามารถสกัดฟอสเฟตจากดินได้มากกว่ากรดอินทรีย์อื่นๆ ดังนั้นนอกจากปุ๋ยคอกจะให้ฟอสฟอรัสแก่ดินแล้ว ยังเพิ่มความเป็นประโยชน์ขงธาตุนี้ซึ่งมีอยู่เดิมในดินและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยฟอสเฟตที่ใส่ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์
2.ปรับปรุงสมบัติทางฟิสิกส์ของดิน สมบัติทางด้านนี้มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของรากพืชเป็นอย่างยิ่ง เช่น ดินที่อัดตัวแน่น (compaction) มีสภาพที่อาจกระทบต่อการเจริญของราก 2 ประการ คือ ขนาดของช่องอากาศที่เล็กลงทำให้กานถ่ายเทอากาศไม่สะดวก รากพืชขาดออกซิเจน รากจึงสั้นเพราะมีการยึดตัวน้อยและดินที่แน่นทึบจะขัดขวางการยืดตัวของราก ทำให้มีการกระจายของราก (root distribution) อัตราการยืดตัวของราก (root elongation) และความลึกสุดของราก (final maximum root dept) น้อยกว่าเมื่ออยู่ในดินที่ไม่แน่น ปุ๋ยอินทรีย์มีผลต่อสมบัติทางฟิสิกส์ของดินอย่างเด่นชัด การใช้อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้เกิดเม็ดดินมากขึ้น เพิ่มเสถียรภาพของเม็ดดิน ความเป็นประโยชน์ของน้ำในดินและลดความหนาแน่นรวมของดิน ผลเหล่านี้ปรากฏชัดในดินเนื้อหยาบ สำหรับดินเนื้อละเอียดนั้น ปุ๋ยอินทรีย์ช่วยให้การซาบซึมน้ำดีขึ้น
ในบทความถัดไปเราจะมารู้จักปุ๋ยคอกกับเสถียรภาพของเม็ดดินกันค่ะ
ปุ๋ยคอก: ประโยชน์ของปุ๋ยคอกและปุ๋ยเหลว
