ปุ๋ยนาข้าว : ปุ๋ยเคมี
สาระน่ารู้เกี่ยวกับปุ๋ยนาข้าว
การใช้ปุ๋ยนา ตอน การใช้ปุ๋ยเคมี
สำหรับเทคนิคการจัดการธาตุอาหารเฉพาะที่ (site – specific nutrient management, SSNM) ในนาข้าว มีดังนี้
การกำหนดสูตรปุ๋ยและอัตราปุ๋ย
การกำหนดสูตรปุ๋ยและอัตราปุ๋ย เพื่อให้ธาตุหลักคือไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม สำหรับข้าวไม่ไวต่อช่วงแสงและข้าวไวต่อแสง โดยพิจารณาจากเนื้อดินและจากผลการวิเคราะห์ดิน ดังนี้
1.พิจารณาจากเนื้อดิน
วิธีนี้ไม่ใช้ผลการวิเคราะห์ดินเป็นเกณฑ์จึงค่อนข้างหยาบ แต่ก็สะดวกในการให้คำแนะนำ โดยแยกเนื้อดินเป็น 2 ประเภทอย่างกว้างๆ คือ ดินเหนียวกับดินร่วนและดินทราย คือ พื้นที่นามีเนื้อดินเหนียว ใช้ปุ๋ยที่มีเฉพาะไนโตรเจนและฟอสฟอรัส ไม่มีโพแทสเซียมและพื้นที่นาที่มีเนื้อดินร่วนและดินทราย ใช้ปุ๋ยที่มีทั้งไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม
2.พิจารณาจากผลการวิเคราะห์ดิน
วิธีนี้ใช้ข้อมูลด้านความอุดมสมบูรณ์ของดินเป็นเกณฑ์ ในการกำหนดอัตราปุ๋ยธาตุหลัก คือ อินทรียวัตถุ ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ จึงมีความละเอียดกว่าการพิจารณาจากเนื้อดิน กล่าวคือหากดินมีอินทรียวัตถุต่ำ ย่อมปลดปล่อยไนโตรเจนในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อข้าวได้น้อย จึงจำเป็นต้องใช้ปุ๋ยไนโตรเจนอัตราสูง แต่ถ้ามีการใส่ปุ๋ยอินทรีย์อย่างสม่ำเสมอจนดินมีอินทรียวัตถุสูงขึ้น ก็ใช้ปุ๋ยไนโตรเจนในอัตราที่ต่ำลง โดยปกติดินนาที่มีอินทรียวัตถุสูงกว่า 2.5 % นอกจะปลดปล่อยไนโตรเจนรูปที่เป็นประโยชน์ได้ค่อนข้างมากแล้ว ยังมีศักยภาพในการให้ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ธาตุรองและจุลธาตุที่เป็นประโยชน์ได้ค่อนข้างดีด้วย สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างผลการวิเคราะห์ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้กับอัตราปุ๋ยฟอสเฟตและปุ๋ยโพแทซก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน
อัตราของไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมที่ควรใช้กับข้าวไวต่อช่วงแสงและข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง ซึ่งปลูกในดินที่มีอินทรียวัตถุ ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้แตกต่างกัน ดังนี้
- อินทรียวัตถุที่วิเคราะห์ได้ ต่ำกว่า 1 % (ระดับต่ำ)
– ปุ๋ยไนโตรเจนที่ใส่ในข้าวที่ไวต่อช่วงแสง 9 กิโลกรัม.N/ไร่ ใส่ในข้าวที่ไม่ไวต่อช่วงแสง 18 กิโลกรัม.N/ไร่
– ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ ที่วิเคราะห์ได้คือ น้อยกว่า 5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ดังนั้นอัตราฟอสฟอรัสที่ควรใส่คือ 6 กิโลกรัม.P2O5/ไร่
– โพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ ที่วิเคราะห์ได้คือ น้อยกว่า 60 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ดังนั้นอัตราโพแทสเซียมที่ควรใส่คือ 6 กิโลกรัม.K2O/ไร่
- อินทรียวัตถุที่วิเคราะห์ได้ 1-2 % (ระดับปานกลาง)
– ปุ๋ยไนโตรเจนที่ใส่ในข้าวที่ไวต่อช่วงแสง 6 กิโลกรัม.N/ไร่ ใส่ในข้าวที่ไม่ไวต่อช่วงแสง 12 กิโลกรัม.N/ไร่
– ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ ที่วิเคราะห์ได้คือ 5-10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ดังนั้นอัตราฟอสฟอรัสที่ควรใส่คือ 3 กิโลกรัม.P2O5/ไร่
– โพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ ที่วิเคราะห์ได้คือ 60-80 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ดังนั้นอัตราโพแทสเซียมที่ควรใส่คือ 3 กิโลกรัม.K2O/ไร่
- อินทรียวัตถุที่วิเคราะห์ได้ มากกว่า 2 % (ระดับสูง)
– ปุ๋ยไนโตรเจนที่ใส่ในข้าวที่ไวต่อช่วงแสง 3 กิโลกรัม.N/ไร่ ใส่ในข้าวที่ไม่ไวต่อช่วงแสง 6 กิโลกรัม.N/ไร่
– ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ที่วิเคราะห์ได้คือ มากกว่า 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ดังนั้นจึงไม่ต้องใส่ฟอสฟอรัสเพิ่ม
– โพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ ที่วิเคราะห์ได้คือ มากกว่า 80 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ดังนั้นจึงไม่ต้องใส่โพแทสเซียมเพิ่ม
จากข้อมูลข้างต้น มีข้อสังเกตเรื่องอัตราปุ๋ยธาตุหลัก 2 ประการ คือ
- เนื่องจากมีผลการวิเคราะห์ดิน 3 รายการ แต่ละรายการมี 3 ระดับ คือ อินทรียวัตถุมี 3 ระดับ ต่ำ ปานกลางละสูง ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์มี 3 ระดับและโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้มี 3 ระดับ จึงได้แนวทางการใช้ปุ๋ยกับดินที่มีความอุดมสมบูรณ์แตกต่างกันถึง 27 แบบ
- สำหรับข้าวที่ไม่ไวต่อช่วงแสงและข้าวที่ไวต่อช่วงแสง มีการใช้ปุ๋ยต่างกัน ดังนี้
– การปลูกข้าวในดินที่มีอินทรียวัตถุเท่ากัน ควรใช้ปุ๋ยไนโตรเจนสำหรับข้าวไม่ไวต่อช่วงแสงในอัตราที่สูงเป็น 2 เท่าของอัตราที่ใช้กับข้าวที่ไวต่อช่วงแสง
– หากปลูกข้าวไม่ไวต่อช่วงแสงและข้าวที่ไวต่อช่วงแสงในดินซึ่งมีฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์หรือโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้เท่ากัน ควรใช้ปุ๋ยฟอสเฟตหรือปุ๋ยโพแทซสำหรับข้าวทั้งสองประเภทนี้ในอัตราที่เท่ากัน
ตัวอย่างผลการวิเคราะห์ดินนาแสดงว่า มีอินทรียวัตถุ 1-2 % (ระดับปานกลาง) มีฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ 5-10 มิลลิกรัม.P./กิโลกรัม (ระดับปานกลาง) และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ต่ำกว่า 60 มิลลิกรัม.P./กิโลกรัม (ระดับต่ำ) ควรกำหนดอัตราธาตุอาหารสำหรับข้าวไม่ไวต่อช่วงแสงและข้าวที่ไวต่อช่วงแสง ดังนี้
– ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง ใส่ปุ๋ยเพื่อให้ธาตุอาหารในอัตรา 12 กิโลกรัม.N/ไร่ 3 กิโลกรัม. P2O5/ไร่ และ 6 กิโลกรัม.K2O/ไร่
– ข้าวไวต่อช่วงแสง ใส่ปุ๋ยเพื่อให้ธาตุอาหารในอัตรา 6 กิโลกรัม.N/ไร่ 3 กิโลกรัม. P2O5/ไร่ และ 6 กิโลกรัม.K2O/ไร่





