หลักการใช้ปุ๋ยแบบผสมผสาน

สาระน่ารู้การใช้ปุ๋ยผสมผสาน

หลักการใช้ปุ๋ยแบบผสมผสาน

พืชจะเจริญเติบโตและให้ผลผลิตสูงเมื่ออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ดินมีคุณภาพสูง (productive soil) ศัตรูพืชน้อยและพืชที่ปลูกมีศักยภาพในการให้ผลผลิตสูง สำหรับดินที่มีผลิตภาพสูง คือดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง สมบัติทางฟิสิกส์ เคมีและชีวภาพดี อย่างไรตามในปัจจุบันมีการปลูกพืชทั้งในดินที่มีความอุดสมบูรณ์สูง ปานกลาง และต่ำ ซึ่งอาจพัฒนาโดยการดำเนินการได้ใน 2 แนวทาง คือ

1.ใช้ปุ๋ยเพื่อบำรุงดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำและปานกลางให้สูงขึ้น ขณะเดียวกันก็ดำรงสภาพของดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงไว้อย่างยั่งยืน

2.ใช้พันธุ์พืชที่ให้ผลผลิตพอสมควรในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง สำหรับความสามารถของพันธุ์พืชที่มีลักษณะดังกล่าว คือ มีประสิทธิภาพสูงในการแสวงหาธาตุอาหารจากดินและใช้ธาตุอาหารน้อยกว่าพันธุ์อื่นๆแต่เจริญเติบโตได้ตามปกติ ซึ่งสืบเนื่องมาจากระบบรากของพืชดังกล่าว มีประสิทธิภาพสูงในการดูดธาตุอาหารและกระจายธาตุอาหารภายในต้นได้ดี รวมทั้งใช้ปริมาณธาตุอาหารในเมแทบอลิซึมน้อยกว่าพันธุ์พืชอื่นๆ เป็นต้น

หลักการใช้ปุ๋ยแบบผสมผสาน1

ในปัจจุบันมีผู้ให้ความสนใจเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้ปุ๋ย (fertilizer use efficiency) มากขึ้นโดยเน้นการปรับปรุงวิธีการใช้ ควบคู่ไปกับการจัดการดินเพื่อให้ปุ๋ยที่ใส่เป็นประโยชน์ต่อพืชสูงสุด นอกจากนี้ยังพัฒนาการใช้สารยับยั้ง (inhibitors) สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ยูเรียและปุ๋ยแอมโมเนียม รวมทั้งการใช้ปุ๋ยชีวภาพที่เพิ่มไนโตรเจนในดินและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยฟอสเฟต เช่นเดียวกับการใช้ปุ๋ยเคมีจะบูรณาการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด สำหรับนักปรับปรุงพันธุ์พืชก็จะมีส่วนสนับสนุน โดยพัฒนาพันธุ์ปลูกซึ่งสามารถดูดธาตุอาหารจากดินส่วนที่พืชอื่นดูดได้ยาก ดังนั้นความรู้ทุกด้านที่กล่าวมานี้จึงมีความเชื่อมโยงและส่งเสริมกันในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ย

 

หลักการใช้ปุ๋ยแต่ละประเภท

เนื่องจากปุ๋ยมี 3 ประเภท คือ ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพ คำนิยามของการใช้ปุ๋ยจึงแตกต่างกันและวัตถุประสงค์ของการใช้งาน ก็แตกต่างกันตามไปด้วย

หลักการใช้ปุ๋ยแบบผสมผสาน4

1.การใช้ปุ๋ยเคมี คือการให้สารประกอบซึ่งมีธาตุอาหารพืชรูปที่เป็นประโยชน์ โดยวิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายวิธีร่วมกัน เช่น ใส่ทางดิน ให้ทางใบหรือให้ทางระบบชลประทาน และการใช้ปุ๋ยเคมีที่ดี คือ การให้ธาตุอาหารที่ตรงกับพืชที่ขาดแคลน ในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อให้พืชได้รับธาตุต่างๆอย่างครบถ้วน แต่ละธาตุมีปริมาณที่เพียงพอและสมดุล อันจะช่วยให้ได้ผลผลิตสูงและผลผลิตมีคุณภาพดีและคงความอุดมสมบูรณ์ของดินระดับดีเอาไว้ระยะยาว

2.การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ คือการใส่ปุ๋ยที่เป็นอินทรียสารจากธรรมชาติลงไปในดิน เพื่อให้ธาตุอาหาร ปรับปรุงดินทางฟิสิกส์ เคมีและชีวภาพ

3.การใช้ปุ๋ยชีวภาพ คือการใส่เชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ลงไปในดิน เพื่อให้จุลินทรีย์เหล่านั้นเพิ่มปริมาณธาตุอาหาร เช่น ใช้เชื้อไรโซเบียมร่วมกับพืชตระกูลถั่วเพื่อเพิ่มไนโตรเจนหรือเปลี่ยนรูปของธาตุอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ให้เป็นประโยชน์ต่อพืช เช่น ใช้เชื้อราไมคอร์ไรซาและจุลินทรีย์ละลายฟอสเฟต

 หลักการใช้ปุ๋ยแบบผสมผสาน3

การเปรียบเทียบผลการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมีและปุ๋ยชีวภาพในด้านต่างๆ

1.ปุ๋ยอินทรีย์

– มีธาตุอาหารพืชที่ดินได้รับในจำนวนมาก แต่ปริมาณในแต่ละธาตุนั้นมีน้อย อัตราการใส่ (กิโลกรัม/พื้นที่)จึงสูงและมีการปลดปล่อยธาตุที่เป็นประโยชน์ให้พืชได้ช้า

– ผลต่อสมบัติทางเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ช่วยเพิ่ม CEC และความจุบัฟเฟอร์ อีกทั้งยังไม่มีสารตกค้างด้านสภาพกรดด่าง

– ผลต่อสมบัติทางฟิสิกส์ของดิน ลดความหนาแน่นรวม แต่เพิ่มการเกิดของเม็ดดิน ความชื้นที่เป็นประโยชน์และการถ่ายเทอากาศ

– ผลต่อจุลินทรีย์ดิน มีแหล่งธาตุอาหารหลายธาตุ ให้พลังงานจากแหล่งพลังงาน มีสารอาหารคือ กรดอะมิโน โปรตีนและวิตามินอื่นๆ ช่วยให้ความสมดุลของจุลินทรีย์ดินดีขึ้น

2.ปุ๋ยเคมี

– มีธาตุอาหารพืชที่ดินได้รับในจำนวนน้อย แต่ปริมาณในแต่ละธาตุนั้นมีมาก อัตราการใส่ (กิโลกรัม/พื้นที่)จึงต่ำและมีการปลดปล่อยธาตุที่เป็นประโยชน์ให้พืชได้เร็ว

– ผลต่อสมบัติทางเคมี ปุ๋ยเคมีเกิดสารตกค้างด้านสภาพกรดด่างหรืออาจไม่เกิดก็ได้

– ไม่มีสมบัติทางฟิสิกส์

– ผลต่อจุลินทรีย์ดิน มีแหล่งธาตุอาหารและให้พลังงานแค่บาง

3.ปุ๋ยชีวภาพ

– มีธาตุอาหารพืชที่ดินได้รับในจำนวนน้อย แต่ปริมาณในแต่ละธาตุนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของจุลินทรีย์ อัตราการใส่ (กิโลกรัม/พื้นที่)จึงต่ำและมีการปลดปล่อยธาตุที่เป็นประโยชน์ให้พืชได้ปานกลาง

– ผลต่อจุลินทรีย์ดิน ช่วยทำให้ความสมดุลของจุลินทรีย์ในดินดีขึ้น

ปุ๋ยชีวภาพนั้น เชื้อที่ใส่แตกต่างกันผลที่ใช้ก็จะแตกต่างกันไปด้วย

–          เชื้อไรโซเบียม ชนิดของจุลินทรีย์คือแบคทีเรีย ซึ่งอยู่ในปมรากถั่วและช่วยในการตรึงไนโตรเจนจากอากาศมาให้พืชใช้ประโยชน์

–          สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน ชนิดของจุลินทรีย์คือ ไซยาโนแบคทีเรีย นำมาใส่ในนาข้าวและช่วยตรึงไนโตรเจนจากอากาศแบบอิสระมาให้รากข้าวใช้ประโยชน์

–          เชื้อราไมคอร์ไรซา ชนิดของจุลินทรีย์คือรา ซึ่งอยู่ร่วมกับรากพืชและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดน้ำและการดูดใช้ฟอสฟอรัสของรากพืช

–          จุลินทรีย์ย่อยฟอสเฟต ชนิดของจุลินทรีย์คือแบคทีเรียและเชื้อรา ช่วยย่อยสลายสารประกอบฟอสเฟตที่ละลายยาก ให้อยู่ในรูปที่รากพืชใช้ประโยชน์ได้

 หลักการใช้ปุ๋ยแบบผสมผสาน2

เป้าหมายของการใช้ปุ๋ย

การใช้ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพมีเป้าหมาย 2 ประการ คือ

  1. เพื่อยกระดับความอุดมสมบูรณ์ของดิน (corrective application) คือการใส่ปุ๋ยเพื่อยกระดับความอุดมสมบูรณ์ของดินที่ต่ำหรือปานกลาง ให้สูงขึ้นถึงระดับที่ต้องการ
  2. เพื่อคงระดับความอุดมสมบูรณ์ของดิน (maintenance application) คือการใส่ปุ๋ยประจำฤดูปลูก เพื่อคงระดับความอุดมสมบูรณ์ของดินที่ดีเอาไว้ โดยใส่ปุ๋ยชดเชยธาตุอาหารบางส่วนที่สูญหายไปกับการเก็บเกี่ยวและกระบวนการตามธรรมชาติ รวมทั้งชดเชยอินทรียวัตถุในดินที่สลายไปในรอบปีที่ผ่านมา

หากสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่อง ร่วมกับการอนุรักษ์ดินและน้ำอย่างเหมาะสม ดินจะมีผลิตภาพสูงอย่างยั่งยืน

 หลักการใช้ปุ๋ยแบบผสมผสาน5

หลักการใช้ปุ๋ยแบบผสมผสานหรือเชิงบูรณาการ

การใช้ปุ๋ยต่างชนิดกันทำให้ได้ระบบจัดการที่ดี 2 ระบบ คือ

  1. ระบบเกษตรอินทรีย์ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ผสมผสานกับปุ๋ยชีวภาพ
  2. ระบบที่ใช้ปุ๋ยเคมีผสมผสานกับปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพ

โดยใช้ปุ๋ยแต่ละอย่างในช่วงเวลาและด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด รวมทั้งการใส่วัสดุปรับปรุงดินทีจำเป็น สำหรับแก้ไขสมบัติทางเคมีและทางฟิสิกส์ของดินบางอย่างที่บกพร่องให้ดีอีกด้วย สำหรับการบำรุงดินแบบผสมผสาน มีหลักการในการปฏิบัติ ดังนี้

  1. ปรับปรุงดินทางเคมีด้วยสารปรับปรุงดิน เช่น ใส่ปูนในดินกรด เพื่อปรับค่า pH ให้ใกล้กลาง ซึ่งจะช่วยให้ธาตุอาหารเดิมในดินและปุ๋ยที่ใช้มีความเป็นประโยชน์สูง
  2. ปรับปรุงสมบัติทางฟิสิกส์ด้วยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับการไถพรวนที่เหมาะสม เพื่อเอื้ออำนวยรากพืชให้แผ่ขยายได้ดีทั้งในแนวราบและแนวดิ่ง
  3. มีการอนุรักษ์ดินและน้ำอย่างเหมาะสม ด้วยวิธีทางพืช เช่น การใช้ระบบการปลูกพืชหมุนเวียนและปลูกพืชคลุมดิน ร่วมกับวิธีการเชิงกล เช่น การไถพรวนตามแนวระดับและใช้มาตรการอื่นๆตามความจำเป็น เพื่อลดการสูญเสียดินและน้ำ
  4. ใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อเสริมธาตุอาหารบางธาตุที่ยังไม่เพียงพอ ช่วยให้ความอุดมสมบูรณ์ของดินสูง เหมาะกับความต้องการของพืชที่ปลูก
  5. ใช้ปุ๋ยชีวภาพ เพื่อให้จุลินทรีย์เหล่านั้นเพิ่มปริมาณธาตุอาหารหรือเปลี่ยนรูปของธาตุอาหารทีไม่เป็นประโยชน์ให้เป็นประโยชน์ต่อพืช ซึ่งจะช่วยลดอัตราปุ๋ยหรืองดการใช้ปุ๋ยเคมีที่ให้บางธาตุ

 

 

สาระน่ารู้การใช้ปุ๋ยผสมผสาน

หลักการใช้ปุ๋ยแบบผสมผสาน

หลักการใช้ปุ๋ยแบบผสมผสาน