ปุ๋ยพืชสด : โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม และกำมะถัน

สาระน่ารู้เรื่องปุ๋ยพืชสด

 

ปุ๋ยพืชสดกับธาตุโพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม และกำมะถัน

 

การใช้ปุ๋ยพืชสดก่อนการปลูกพืชหลัก มีผลต่อความเป็นประโยชน์ของโพแทสเซียม แคลเซียมและแมกนีเซียมในดิน ดังนี้

 

ความเป็นประโยชน์ของโพแทสเซียม

ปุ๋ยพืชสด--โพแทสเซียม-แคลเซียม-แมกนีเซียม-และกำมะถัน5

ปุ๋ยพืชสดที่เป็นประโยชน์จากโพแทสเซียมกับพืชหลักในดินได้มากขึ้น เนื่องจากสาเหตุ 2 ประการ คือ

– รากพืชตระกูลถั่ว เช่น มิลค์เวตซ์ (milk vetch) มีความสามารถพิเศษ ในการดูดโพแทสเซียมส่วนที่ไม่ค่อยเป็นประโยชน์ (difficultly available K) จากแร่ออร์โทเคลส มาใช้ได้ จึงมีน้ำหนักแห้งเพิ่มขึ้นถึง 40% เมื่อไถกลบลงไปในดิน ก็สลายตัวและปลดปล่อยโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์ให้พืชหลักที่ปลูกตามมา นอกจากนี้ยังดึงเอาโพแทสเซียมในดินล่างมาสะสมในดินบน แสดงว่าการใช้ปุ๋ยพืชสดในการปลูกข้าวฟ่างต่อเนื่องกัน 3 ปี ทำให้โพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ในดินล่างลดลงแล้วเพิ่มขึ้นในดินบน

 

ปุ๋ยพืชสด--โพแทสเซียม-แคลเซียม-แมกนีเซียม-และกำมะถัน1

– การใส่ปุ๋ยพืชสดทำให้ความเป็นประโยชน์ในดินสูงขึ้น เนื่องจากคาร์บอนไดออกไซด์และกรดอินทรีย์ จากกระบวนการสลายตัวของซากพืชช่วยละลายแร่ธาตุที่มีโพแทสเซียมเป็นองค์ประกอบ จึงเพิ่มโพแทสเซียมไอออนในสารละลายดิน นอกจากนี้โพแทสเซียมที่เป็นองค์ประกอบของของซากพืช ก็จะถูกปลดปล่อยออกมาในกระบวนการสลายตัวด้วย ผลการทดลองในห้องปฏิบัติการแสดงว่าโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ในดินเพิ่มอย่างเด่นชัดหลังจากใส่ปุ๋ยพืชสดเพียง 8 วันเท่านั้น

 

ปุ๋ยพืชสด--โพแทสเซียม-แคลเซียม-แมกนีเซียม-และกำมะถัน2

ความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารแคลเซียมและแมกนีเซียม

 

ปุ๋ยพืชสดมีผลให้พืชหลักใช้ประโยชน์จากแคลเซียมและแมกนีเซียมในดินได้มากขึ้นเนื่องจากสาเหตุ 2 ประการ คือ

 

– รากพืชตระกูลถั่ว เช่น มิลค์เวตซ์ (milk vetch)และเวตซ์ มีความสามารถพิเศษ ในการดูดแคลเซียมส่วนที่ไม่ค่อยเป็นประโยชน์ (difficultly available K) จากแร่อะพาไทต์ได้มาก จึงมีน้ำหนักแห้งเพิ่มขึ้นถึง 312 และ 183 % ของที่ไม่ใส่แร่นี้ ตามลำดับ นอกจากนี้พืชทั้งสองยังดูดแมกนีเซียมที่ไม่ค่อยเป็นประโยชน์จากแร่เซอร์เพนทีน มาใช้ได้พอประมาณ จึงมีน้ำหนักแห้งเพิ่มขึ้นถึง 30 และ 53 %  เมื่อไถกลบลงไปในดิน ปุ๋ยพืชสดก็สลายตัวและปลดปล่อยแคลเซียมและแมกนีเซียมที่เป็นประโยชน์ให้พืชหลักที่ปลูกตามมา

ปุ๋ยพืชสด--โพแทสเซียม-แคลเซียม-แมกนีเซียม-และกำมะถัน3

– การใส่ปุ๋ยพืชสดทำให้ความเป็นประโยชน์ของแคลเซียมและแมกนีเซียมในดินสูงขึ้น เนื่องจากคาร์บอนไดออกไซด์ที่ได้ จากกระบวนการสลายตัวของซากพืชช่วยละลายแคลเซียมและแมกนีเซียมคาร์บอเนต จึงเพิ่มแคลเซียมและแมกนีเซียมไอออนในสารละลายดิน นอกจากนี้ธาตุทั้งสองที่เป็นองค์ประกอบของของซากพืช ก็จะถูกปลดปล่อยออกมาในกระบวนการสลายตัวด้วย ดังนั้นแคลเซียมและแมกนีเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ในดินนาน้ำขัง จึงเพิ่มขึ้นมาถึงจุดสูงสุดหลังจากใส่ปุ๋ยพืชสดเพียง 8 วันเท่านั้น

 

ปุ๋ยพืชสด--โพแทสเซียม-แคลเซียม-แมกนีเซียม-และกำมะถัน4

กำมะถัน

ปุ๋ยพืชสดสลายตัวเร็วและปลดปล่อยกำมะถันออกมาใน 2 รูปตามสภาพดิน คือ ให้ซัลเฟตในดินที่มีออกซิเจนเพียงพอและให้ซัลไฟด์ในดินที่ขาดออกวิเจน เช่น ดินนาน้ำขัง ในสภาพหลังจากมีการระเหยของไฮโดรเจนซัลไฟด์ ระหว่างการสลายตัวของปุ๋ยพืชสด ปัจจัยด้านองค์ประกอบของพืชที่ส่งเสริมกระบวนการมินเนอราลไลเซชันของกำมะถัน โดยกิจกรรมของจุลินทรีย์ดินคือเปอร์เซ็นต์กำมะถันและ C:S เรโช คือ ปุ๋ยพืชสดซึ่งเป็นพืชตระกูลถั่ว มีกำมะถันมากกว่า 0.15% S และ C:S เรโชต่ำกว่า 200 จะเกิดมินเนอราลไลเซชันของกำมะถันและปลดปล่อยออกมาให้พืชหลักใช้ประโยชน์ แต่การไถกลบซากพืชซึ่งมี C:S เรโชสูงกว่า 420 จะเกิดอิมโมบิไลเซชันของกำมะถัน โดยจุลินทรีย์ดินดูดซัลเฟตจากดินไปใช้ เป็นเหตุให้กำมะถันรูปที่เป็นประโยชน์ลดลง

 

 ในบทความถัดไป เราจะมารู้จักปุ๋ยพืชสดกับจุลธาตุกันค่ะ

 

สาระน่ารู้เรื่องปุ๋ยพืชสด

 

ปุ๋ยพืชสด : โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม และกำมะถัน

ปุ๋ยพืชสด : โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม และกำมะถัน