การใช้ปุ๋ยพืชไร่ ตอน การปลูกฝ้าย อัตราการใส่ปุ๋ยในดินแต่ละชนิด

สาระน่ารู้การใช้ปุ๋ยพืชไร่

 

การใช้ปุ๋ยพืชไร่ ตอน การปลูกฝ้าย 

อัตราการใส่ปุ๋ยสำหรับฝ้ายที่ปลูกในดินแต่ละประเภทที่ต่างกัน มีดังนี้

 

–          ดินเหนียวสีแดง อัตราธาตุหลัก 6 – 12 – 6 กิโลกรัม.N – P2O5 – K2O /ไร่

–          ดินทรายหรือดินร่วนปนทราย อัตราธาตุหลัก 6 – 12 – 6 กิโลกรัม.N – P2O5 – K2O /ไร่

–          ดินเหนียวสีดำ ที่มีค่าฟอสฟอรัสสูง อัตราธาตุหลัก 6 – 0 – 0 กิโลกรัม.N – P2O5 – K2O /ไร่

–          ดินเหนียวสีดำ ที่มีค่าฟอสฟอรัสต่ำถึงปานกลาง อัตราธาตุหลัก 6 – 6 – 0 กิโลกรัม.N – P2O5 – K2O /ไร่

–          ดินร่วนหรือดินร่วนเหนียวสีน้ำตาล ที่มีค่าโพแทสเซียมสูง อัตราธาตุหลัก 6 – 6 – 0 กิโลกรัม.N – P2O5 – K2O /ไร่

–          ดินร่วนหรือดินร่วนเหนียวสีน้ำตาล ที่มีค่าฟอสฟอรัสปานกลางถึงต่ำ อัตราธาตุหลัก 6 – 6 – 6 กิโลกรัม.N – P2O5 – K2O /ไร่

วิธีใส่ปุ๋ยคือครึ่งหนึ่งรองก้นหลุม อีกครึ่งหนึ่งใส่ 20-25 วันหลังปลูก โดยโรยเป็นแถบข้างแถวพืชแล้วพรวนกลบ

 

หากไม่ได้วิเคราะห์ดินก่อนการปลูกฝ้าย อาจพิจารณากำหนดอัตราปุ๋ยไนโตรเจน ฟอสเฟตและโพแทส สำหรับฝ้ายที่ปลูกในดินเหนียวสีแดง ดินทราย-ร่วนปนทราย ดินเหนียวสีดำและดินร่วน-ดินร่วนเหนียวสีน้ำตาล จากผลของการใช้ปุ๋ยอัตราต่างๆต่อผลผลิตพืชในระบบถั่วเขียว-ฝ้าย ได้ดังนี้

–          อัตราปุ๋ยที่ใช้และผลผลิตถั่วเขียวที่ได้ ปุ๋ย 0 – 0 – 0 กิโลกรัม.N – P2O5 – K2O /ไร่ ได้ผลผลิต 132 กิโลกรัม/ไร่

–          อัตราปุ๋ยที่ใช้และผลผลิตฝ้ายที่ได้ ปุ๋ย 0 – 0 – 0 กิโลกรัม.N – P2O5 – K2O /ไร่ ได้ผลผลิต 263 กิโลกรัม/ไร่

–          อัตราปุ๋ยที่ใช้และผลผลิตถั่วเขียวที่ได้ ปุ๋ย 3 – 9 – 6 กิโลกรัม.N – P2O5 – K2O /ไร่ ได้ผลผลิต 178 กิโลกรัม/ไร่

–          อัตราปุ๋ยที่ใช้และผลผลิตฝ้ายที่ได้ ปุ๋ย 3 – 9 – 6 กิโลกรัม.N – P2O5 – K2O /ไร่ ได้ผลผลิต 290 กิโลกรัม/ไร่

–          อัตราปุ๋ยที่ใช้และผลผลิตถั่วเขียวที่ได้ ปุ๋ย 3 – 18 – 12 กิโลกรัม.N – P2O5 – K2O /ไร่ ได้ผลผลิต 192 กิโลกรัม/ไร่

–          อัตราปุ๋ยที่ใช้และผลผลิตฝ้ายที่ได้ ปุ๋ย 3 – 18 – 12 กิโลกรัม.N – P2O5 – K2O /ไร่ ได้ผลผลิต 329 กิโลกรัม/ไร่

 

การปลูกฝ้ายที่ให้ได้ผลดีควรใช้ระบบหมุนเวียนกับถั่วเขียว โดยการปลูกถั่วเขียวต้นฤดูกาลก่อนปลูกฝ้าย ดังในกรณีศึกษาในดินชุดตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการใช้ปุ๋ยอัตราปานกลางในระบบการปลูกพืชดังกล่าว ช่วยให้พืชทั้งสองใช้ประโยชน์จากปุ๋ยได้ต่อเนื่องกันอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากไนโตรเจน ฟอสฟอรัสแลพโพแทสเซียมจากซากต้นถั่วเขียวที่ไถกลบ จะเป็นประโยชน์ต่อฝ้าย ส่วนฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมที่ตกค้างในดินหลังจากการปลูกถั่วเขียว ก็จะเพียงพอต่อความต้องการของฝ้ายที่ปลูกตามมานั่นเอง

 

สาระน่ารู้การใช้ปุ๋ยพืชไร่