หลักการใช้ปุ๋ยผสมผสาน : สะเดา
สาระน่ารู้การใช้ปุ๋ยผสมผสาน
หลักการใช้ปุ๋ยแบบผสมผสาน ตอน การใช้กากสะเดาและสารสกัดจากพืชอื่นๆ
1. กากสะเดา (neem cake)
มีสารยับยั้งไนตริฟิเคชัน ซึ่งเป็นสารในกลุ่มเมเลียซิน (meliacins) ได้แก่ epinimbin, nimbin, desacetyl nimbin, salanin, desacetyl salanin และ azadirachtin ผลการทดสอบกากสะเดามีดังนี้
– เมื่อนำสารสกัดจากสะเดามาเปรียบเทียบกับไนตราไพริน ผลการทดสอบเมื่อสิ้นสุดสัปดาห์ที่ 2 พบว่าไนตราไพริน epinimbin และ desacetyl nimbin ยับยั้งไนตริฟิเคชันได้ 73.6, 44.6 และ 12.5 % ตามลำดับ
– การผสมกากสะเดา 10 % กับยูเรียจะช่วยยับยั้งไนตริฟิเคชันร้อยละ 70, 40 และ 5 เมื่อสิ้นสุดสัปดาห์ที่ 1, 2 และ 3 ตามลำดับ ในขณะที่การผสมไนตราไพริน 1 % ยับยั้ง 85, 93 และ 90 % ตามลำดับ
– การเคลือบเม็ดปุ๋ยยูเรียด้วยกากสะเดา ได้ผลการยับยั้งประมาณ 50 % ของการใช้ไนตราไพริน
ผลการเทียบประสิทธิภาพระหว่าง DCD กับ กากสะเดา ในการยับยั้งไรตริฟิเคชันของแอมโมเนียมที่ปลดปล่อยออกมาจากยูเรีย ในแปลงข้าวสาลี โดยผสม DCD ในอัตรา 10 และ 20 % ของไนโตรเจนในปุ๋ยหรือใช้กากสะเดา 10 และ 20 % ของน้ำหนักปุ๋ย แสดงว่า มีประสิทธิภาพในการยับยั้งไนตริฟิเคชันสูงกว่าและยับยั้งได้นาน 45 วัน ส่วนกากสะเดายับยั้งได้เพียง 30 วัน
2. สารสกัดจากพืชอื่นๆ
พืชสมุนไพรหลายชนิดในเอทิโอเปียมีสารยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์บางอย่างที่เป็นสาเหตุของโรคในคน เมื่อนำสารที่สกัดได้ด้วยแอลกอฮอล์จากพืชในกลุ่มนี้มาทดลองในห้องปฏิบัติการ พบว่าสารสกัดจากพืชหลายชนิดมีฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการไนตริฟิเคชันในดิน มีพืช 3 ชนิดที่สารสกัดมีศักยภาพสูงกว่าพืชอื่นๆ คือ Eugenia carophyllata, Echinos spp. และ Artemisa afra โดยสารสกัดจาก Eugenia carophyllata ให้ผลดีคล้ายสารจากกากสะเดาและดีกว่าสารจากพืชอื่นใน 3 สัปดาห์แรก ทั้งมีฤทธิ์ใกล้เคียงกับ N-serve และ DCD ด้วย ส่วนสารสกัดจาก Echinos spp. ให้ผลคล้ายกับสารจาก Eugenia carophyllata ในสัปดาห์ที่ 4



